ชั้น อ. 3 01/11-04/11
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 1 เดือนพฤศจิกายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- พระเจ้าทรงยุติธรรม
- พระเจ้าทรงให้เกียรติแก่อวัยวะที่ต่ำต้อย
สื่อที่ต้องเตรียม ภาพอวัยวะภายใน ที่แสดง ไส้ติ่ง (ภาพการ์ตูน ถ้าไม่มี คุณครูวาดเองได้ไส้ติ่งเป็นท่อที่ต่อออกมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนต้น อยู่ที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา)
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
1คร. 12:24 ค. (เพราะว่าอวัยวะที่น่าดูแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องตกแต่งอีก แต่พระเจ้าทรงจัดวางร่างกาย) โดยการประทานเกียรติมากยิ่งขึ้นแก่อวัยวะที่ต่ำต้อย
อธิบายคำศัพท์
ประทาน แปลว่า ให้
เกียรติ แปลว่า ชื่อเสียง ความยกย่องนับถือ ความมีหน้ามีตาในสังคม
อวัยวะที่ต่ำต้อย หมายถึง อวัยวะที่ไม่โดดเด่น ไม่เท่าเทียมอวัยวะชิ้นอื่น
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
1คร. 12:24 ค. (เพราะว่าอวัยวะที่น่าดูแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องตกแต่งอีก แต่พระเจ้าทรงจัดวางร่างกาย) โดยการประทานเกียรติมากยิ่งขึ้นแก่อวัยวะที่ต่ำต้อย
เรามีอวัยวะหลายชิ้นในร่างกายของเรา บ้างก็เด่นชัด เป็นที่มองเห็น เป็นที่รู้จัก แต่บ้างก็เล็กน้อยไม่มีหน้าที่โดดเด่นอะไร แต่ที่สำคัญคือพระเจ้าทรงประทานให้เกียรติให้ความสำคัญแก่อวัยวะทุกชิ้น พระองค์ไม่ได้สร้างมาแบบเกินๆ ขาดๆ ทุกชิ้นมีประดยชน์ โดยเฉพาะชิ้นที่เล็กน้อย ดูต่ำต้อยไม่สำคัญอย่าง ไส้ติ่ง เด็กๆ รู้จักไส้ติ่งหรือไม่ ส่วนใหญ่เราจะรู้จักแต่ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก เพราะมีความสำคัญเด่นชัด แต่รู้หรือไม่ ไส้ติ่งนั้นมีขนาดเล็ก ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่พระเจ้าให้เกียรติแก่ไส้ติ่งให้ทำหน้าที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่ทำให้ไส้ติ่งมีเกียรติขึ้นมาเลยทีเดียว คือ มีหน้าที่สร้างและปกป้องเชื้อจุลินทรีย์ในช่องท้องของคนเรา จุลินทรีย์ที่ว่านี้ช่วยในระบบการย่อยอาหาร นอกจากนี้ไส้ติ่งยังทำหน้าที่กระตุ้นระบบย่อยอาหารให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในกรณีที่ถูกเชื้อโรคอหิวาห์หรือเชื้อโรคบิดเล่นงาน ไส้ติ่งจึงมีความสำคัญในการเป็นที่อยู่อาศัยชั้นเลิศของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งมีส่วนช่วยในระบบย่อยและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
ดังนั้นเราต่างเป็นอวัยวะของกันและกันในร่างกายนี้คือคริสตจักรที่มีพระเยซูคริสต์เป็นศีรษะ ถึงแม้ว่าเราจะมีความสำคัญความสามารถที่แตกต่างกัน แต่พระเจ้าจะทรงประทานให้เกียรติแก่เราโดยเฉพาะถ้าเราเป็นเพียงผู้เล็กน้อยที่ไม่มีตระกูลใหญ่โตในคริสตจักร พระเจ้าจะทรงให้เราได้รับการยอมรับ เช่นเดียวกับที่เราจะยอมรับคนอื่นที่เก่งน้อยกว่าเรา ฉลาดน้อยกว่าเรา เพราะพระเจ้าทรงรับรองผู้ที่ต่ำต้อยกว่า เราจึงไม่ควรเย่อหยิ่งว่าเราเป็นลูกหลานของคนใหญ่คนดต แต่เรามั่นใจในความมีเกียรติของทุกคนที่พระเจ้าทรงประทานให้เสมอ
กิจกรรมสนุก คุณครูให้เด็กยกชื่ออวัยวะที่เล็กๆ ดูไม่สำคัญ คนละ 1 ชื่อ แล้วเด็กทั้งชั้นตอบว่า อวัยวะชิ้นนั้น พระเจ้าทรงประทานเกียรติอะไรให้ คือมีประโยชน์ใช้ทำอะไร เช่น ขนตา-มีไว้ป้องกันฝุ่นเข้าตา นิ้วก้อยที่มือ-มีไว้ช่วยจับของ หัวเข่า-มีไว้ให้งอขานั่งได้ ส้นเท้า-มีไว้รับน้ำหนักของร่างกายเวลาเดิน ยืน นั่ง (อาจให่เด็กๆ เดินเขย่ง ยืนเขย่ง นั่งเขย่ง เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจมากยิ่งขึ้น) ฯลฯ
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 2 เดือนพฤศจิกายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า
- เราวางใจพระเจ้าได้
สื่อที่ต้องเตรียม กระดาษแข็ง ตัดเป็นรูปหุ่นคน ตามจำนวนเด็กในชั้น สร้างชิ้นแขน 2 ชิ้น ขา 2 ชิ้น เชือก และหมุดขาแยก หุ่นละ 4 ชิ้น
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
1คร. 12:25 ก. เพื่อไม่ให้มีการแตกแยกกันในร่างกาย
อธิบายคำศัพท์
เพื่อไม่ให้ หมายถึง การเตรียมป้องกันไว้ล่วงหน้า เช่น ล๊อกประตูรถ เพื่อไม่ให้คนแปลกหน้ามาเปิดประตูเข้ามาทำร้ายคนในรถ เข้าห้องน้ำที่บ้านให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง เพื่อไม่ให้ต้องหาห้องน้ำตามทางเผื่อรถคิดลงจากทางด่วนไม่ได้
การแตกแยก แปลว่า ไม่สามัคคีกัน ไม่กลมเกลียวกัน ต่างคนต่างอยู่ หรือไปกันคนละทาง มีทั้งความคิด คำพูด การกระทำ
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
1คร. 12:25 ก. เพื่อไม่ให้มีการแตกแยกกันในร่างกาย
การเดินทางไปไหนๆ ของเรา ถ้าขาทั้งสองข้างของเราไม่ก้าวไปในทางเดียวกัน เราก็จะเดินทางไปที่ถึงจุดหมายได้ช้าหรือไม่ถึงก็ได้ การสามัคคีกันในอวัยวะของร่างกายจึงจำเป็นมาก ถ้าเราจาม ไอ แล้ว มือไม่ยกขึ้นมาปิดปาก เชื้อโรคก็จะกระจายไปกว้างมาก ทำให้คนอื่นเดือดร้อนรับเชื้อโรคจากเราไป น้ำมูกของเราก็จะไหลเลอะเทอะถ้าเราไม่รองรับ การที่อวัยวะในร่างกายไม่สามัคคี ไม่ร่วมมือกัน ตัวเราจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตัวเราเอง คนข้างเคียงและเดือดร้อนไปถึงผู้อื่น
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
พระเจ้าทรงเตรียมให้เรามีคุณพ่อคุณแม่คอยดูแลเรา เราควรสามัคคีกับท่าน เชื่อฟังคำสอน เราไว้ใจพระเจ้าว่าได้จัดเตรียมล่วงหน้าให้เรา เพราะฉะนั้นเราพร้อมจะให้ความร่วมมือกับพระองค์ ช่วยให้เพื่อนๆ รู้ว่า พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมล่วงหน้าไว้ให้เราแล้วไม่ต้องกลัวไปก่อน ถึงแม้เราจะแตกต่างกัน
กิจกรรมสนุก กระดาษหุ่นคน แขนและขา พร้อมหมุดและเชือก ให้เด็กๆ ประกอบแขนและขาเข้าด้านหลังยึดด้วยหมุดขาแยก ผูกเชือกจากสองแขน สองขา เชื่อมกันโดยมีอีกเส้นจากตรงกลาง เมื่อดึงเชือกเส้นกลาง แขนและขาของหุ่นก็จะขยับพร้อมๆ กัน แสดงให้เห็นความสามัคคี แขนขาทั้งสองข้างขยับไปพร้อมกันเสมอ
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 3 เดือนพฤศจิกายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- พระเจ้าทรงเป็นแบบอย่างในความเมตตา
- มีประโยชน์ในการห่วงใยกัน
สื่อที่ต้องเตรียม กะทะ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ไข่ไก่ ชาม ส้อม แมกกี้
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
1คร. 12:25 ข. (เพื่อไม่ให้มีการแตกแยกกันในร่างกาย) แต่ให้อวัยวะต่างๆ มีความห่วงใยแบบเดียวกันต่อกันและกัน
อธิบายคำศัพท์
ห่วงใย แปลว่า ผูกพัน มีใจพะวง
แบบเดียวกัน หมายความว่า เหมือนกัน เช่นเดียวกัน ระดับเดียวกัน
ต่อกันและกัน หมายความถึง การกระทำต่อกัน อย่างเดียวกัน ร่วมกัน
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
1คร. 12:25 ข. (เพื่อไม่ให้มีการแตกแยกกันในร่างกาย) แต่ให้อวัยวะต่างๆ มีความห่วงใยแบบเดียวกันต่อกันและกัน
มีความห่วงใย เอาใจใส่ทดแทนสลับกัน เช่น ถ้าเพื่อนไม่สบาย เราก็อธิษฐานเผื่อให้ความช่วยเหลือบอกคุณครู ถามทุกข์สุขกัน เวลาเราไม่สบายเพื่อนก็มาช่วยกันอธิษฐานเผื่อ ช่วยถือกระเป๋าให้ เป็นต้น
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
ในฐานะที่เราต่างเป็นนักเรียนรวีฯ เหมือนกัน ถ้ามีใครหกล้ม เกิดอุบัติเหุตเราจะเข้าช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ เช่น รีบไปแจ้งคุณครู หายา หรืออุปกรณ์ที่จะช่วยให้หาจากอุบัติเหตุนั้น เช่น เอาน้ำแข็งมาประคบหากหกล้ม ถ้าเพื่อนไม่ได้มาเรียนรวีฯ ก็โทรถามสาเหตุ เขียนจดหมาย โทรศัพท์หากัน บอกการบ้านให้ทราบว่าต้องทำหน้าไหน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในคริสตจักร เช่น ในการแสดงคริสต์มาส ต้องแต่งชุดการแสดง ต้องซ้อมเพลง ซ้อมการแสดง เราก็จะช่วยเหลือให้ความร่วมมือแก่กันและกันในการรับใช้พระเจ้า ไม่ต่างคนต่างขี้เกียจโยนงานให้คนอื่นไปทำแทน เป็นต้น
กิจกรรมสนุก กะทะมาทำไข่เจียวให้เด็กๆ แสดงให้เห็นถึงการไม่ร่วมมือกัน ถ้าซอสแมกกี้ไม่ยอมเข้ากับไข่ ไม่ยอมให้ถูกตีให้เข้ากัน การร่วมมือซึ่งกันและกัน เราก็จะไม่ได้ไข่เจียวที่มีรสชาติพอดี แต่จะเป็นไข่เจียวที่เค็มเกินไปบางจุด และจืดเกินไปบางจุด การห่วงใยแบบเดียวกันและกันก็สำคัญอย่างนี้ เพราะจะเป็นประโยชน์แก่กันมากกว่าเป็นโทษ พระเจ้าทรงสร้างให้อวัยวะห่วงใยกันช่วยเหลือกัน พื่อให้เราใช้จริงในชีวิตว่าเราควรจะห่วงใยคือช่วยเหลือผู้อื่น และควรเป็นแบบซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เอาแต่จะช่วยคนอื่นอย่างเดียว หรือคอยรับความช่วยเหลือฝ่ายเดียว แต่ต้องแบบเดียวกันต่อกันและกัน
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 4 เดือนพฤศจิกายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- คิดถึงผู้อื่นด้วย
- ร่วมด้วยช่วยกัน
สื่อที่ต้องเตรียม ผ้าปิดตา(ผ้าเช็ดหน้าสะอาด) จำนวน 5 ผืน
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
1คร. 12:26 ก. ถ้าอวัยวะหนึ่งทุกข์ อวัยวะทั้งหมดก็ร่วมทุกข์ด้วย
อธิบายคำศัพท์
ทุกข์ แปลว่า ความยากลำบาก, ความไม่สบายกายไม่สบายใจ, สภาพที่ทนได้ยาก, สภาพที่บีบคั้น.
ร่วมทุกข์ด้วย หมายความว่า ร่วมอยู่ในสถานะไม่สบายยากลำบากด้วยกัน
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
1คร. 12:26 ก. ถ้าอวัยวะหนึ่งทุกข์ อวัยวะทั้งหมดก็ร่วมทุกข์ด้วย
สมมุติว่า เมื่อเราหกล้มหัวเข่าถลอกเลือดไหล ทั้งร่างกายของเราก็พลอยลำบากไปด้วย เราจะอาบน้ำก็ลำบากทั้งร่างกาย ต้องระวังไม่ให้โดนน้ำ เดิ๋ยวแผลจะหายช้า ต้องช่วยกันหลบไม่ให้หัวเข่าโดนน้ำกระเด็นทุก เวลาเดินก็จะลำบากไปด้วย ไม่สามารถเดินคล่องเมื่อตอนที่ยังไม่ได้หกล้ม ขาอีกหนึ่งหัวเข่าของอีกข้างหนึ่งต้องรับน้ำหนักของร่างกายแทนข้างที่เจ็บ ทำให้การเดินต้องช่วยกันประคับประคองร่างกายให้ขาทั้งสองพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางได้
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
เวลาที่เราให้ความร่วมมือผู้อื่น คิดถึงความต้องการของผู้อื่นมากกว่าของตัวเอง เพื่อส่วนร่วมแล้ว งานของเรา ชั้นเรียนของเรา ครอบครัวของเราจะมีพลังทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น ถ้าคุณแม่อยากให้เราเข้านอนเร็วขึ้น เพื่อพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าไปโบสถ์ทันนมัสการ แต่ใจของเราอยากจะเล่นต่ออีกหน่อยหนึ่ง เรายังอยากทพอย่างอื่นไม่อยากเข้านอน การไม่ร่วมมือกันก็ทำให้การเข้านอนเร็วขึ้นไม่สำเร็จ การมาโบสถ์ให้ทันนมัสการไม่สำเร็จ แปลว่า เราไม่ได้ร่วมทุกข์ซึ่งกันและกัน แต่กำลังต่างคนต่างทำที่ตัวเองชอบตัวเองต้องการ
กิจกรรมสนุก ให้เด็กจับคู่ 2 คน 5 คู่ (แล้วแต่จำนวนเด็กๆ ในชั้น) ให้คนหนึ่งผูกผ้าปิดตา ยืนอยู่ท้ายห้อง อีกคนหนึ่งนั่งบนเก้าอี้เรียน ให้คนที่นั่งบอกทางให้คนที่ปิดตามาถึงที่นั่งของตนพร้อมๆ กัน ให้เด็กเรียนรู้ว่า การร่วมด้วยช่วยกัน ต้องอาศัยความเห็นใจเข้าใจคนที่ถูกปิดตา
