ชั้น อ. 3 01/08-04/08
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 1 เดือนสิงหาคม
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- พระเจ้าทรงสร้างอวัยวะหลายอย่างในร่างกายเดียว
- เราต้องพึ่งพาอาศัยกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
สื่อที่ต้องเตรียม ใช้ในช่วงกิจกรรมสนุก กระดาษสีหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ไม่ใช้แล้ว 1 ฉบับ มาตัดเป็นเส้นขนาด 2×5 นิ้ว แจกเด็กคนละ 4 เส้น และอีกส่วนหนึ่งไว้ที่คุณครู กาวหรือเทปสำหรับติดปลายเส้น
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
1คร. 12:19 ถ้าอวัยวะทั้งหมดเป็นอวัยวะเดียว ร่างกายจะมีที่ไหน?
อธิบายคำศัพท์
อวัยวะทั้งหมด หมายถึง อวัยวะภายนอกและอวัยวะภายในทุกอย่างของเรา
เป็นอวัยวะเดียว หมายความว่า ทุกอวัยวะมารวมเป็นอย่างเดียว มีเพียงชิ้นเดียว
ร่างกายจะมีที่ไหน? แปลว่า เมื่อไม่มีอวัยวะ ก็ไม่มีร่างกายให้อวัยวะอยู่
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
1คร.12:19 ถ้าอวัยวะทั้งหมดเป็นอวัยวะเดียว ร่างกายจะมีที่ไหน?
การพึ่งพาอาศัยกันระหว่างร่างกายกับอวัยวะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทุกๆ อวัยวะต้องมีความแตกต่างและมีประโยชน์เกื้อกูลต่อกันและกัน ทำให้ร่างกายของเราสมบูรณ์ไม่พิการไม่ลำบาก ในการเคลื่อนไหวดำรงชีวิต
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
การช่วยเหลือทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อกันและกันเหมือนอย่างที่อวัยวะต่างๆ หลายอย่างอาศัยอยู่ในร่างกายเดียว พึ่งพาอาศัยกัน จะขาดกันไม่ได้ ถ้าไม่ยอมรับความแตกต่างที่หลากหลายจะไม่มีร่างกายลองรับ มีร่างกายจึงมีอวัยวะหลายอย่างได้ มีอวัยวะหลายอย่างจึงมีร่างกายได้ ในคริสตจักรมีคนหลายอย่าง ในชั้นเรียนอนุบาล 3 มีคนมาจากหลายครอบครัว บางครอบครัวอยู่ร่วมกันพ่อแม่ลูก คุณปู่คุณย่า อาก๋งอาหม่า ญาติพี่น้อง บางคนมาจากครอบครัวที่อยู่กัน 2-3 คน บางคนมาโบสถ์ทุกอาทิตย์ คนที่ไม่ได้มาเรียนทุกอาทิตย์ก็ไม่ต้องแยกตัวไปอยู่คนเดียว สามารถเข้ากลุ่มเพื่อน ช่วยกันเรียน ช่วยกันร้องเพลงนมัสการ ฟังคุณครูได้ตามปกติ ไม่ต้องแยกแต่รวมมือกัน เพื่อเราจะมีซึ่งกันและกันต่อไป ไม่พิการไม่สมบูรณ์
กิจกรรมสนุก วันนี้เราจะทำโซ่แห่งความสัมพันธ์ต่อเนื่องและไม่ขาดจากกัน คุณครูเริ่มแจกเส้นกระดาษขนาด 2×5 นิ้วให้เด็กคนละ 4 เส้น พร้อมกาวหรือเทป เพื่อติดกระดาษให้เป็นวงกลมวงที่ 1 นำกระดาษเส้นต่อไปสอดเข้าวงที่ 1 แล้วติดกาวเป็นวงที่ 2 นำกระดาษเส้นที่ 3 มาสอดทำเหมือนเดิม จนหมดกระดาษทั้ง 4 เส้น จะได้โซ่กระดาษ คนละ 1 ชุด คุณครูแจกกระดาษอีก 1 ชิ้นให้เด็กเชื่อมต่อกันกับโซ่ของเพื่อน โซ่จะยาวขึ้นตามจำนวนของเด็กๆ สุดท้ายเชื่อมต่อกันเป็นวงกลม ทุกคนจะเรียนรู้ว่า เราต้องพึ่งพาช่วยเหลือเป็นประโยชน์ต่อกันและกัน เราจึงจะได้โซ่ที่ยาวมากๆ มาเล่นกันได้ ถ้าเราไม่ช่วยกันยอมต่อโซ่ของตัวเองเราก็จะได้เพียงโซ่สั้นๆ เท่านั้น
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 2 เดือนสิงหาคม
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- พระเจ้าเป็นผู้ประทานความแตกต่างของเรา
- เราต่างเป็น ร่างกายเดียวกัน ครอบครัวเดียวกัน โบสถ์เดียวกัน
สื่อที่ต้องเตรียม เตรียมฉลากเขียนชื่ออวัยวะชื่อต่างๆ ตามจำนวนของเด็ก
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
1 คร. 12:20 ความจริงมีอวัยวะหลายอย่าง แต่ก็ยังเป็นร่างกายเดียวกัน
อธิบายคำศัพท์
ความจริง แปลว่า แน่ แท้ ไม่ปลอม
มีอวัยวะหลายอย่าง หมายความว่า มีความไม่เหมือนกันของอวัยวะในร่างกายของเรา
ยังเป็นร่างกายเดียวกัน หมายความว่า เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งของร่างกาย และมีส่วนประกอบอื่นๆ ในร่างกายอีกด้วย
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
1คร. 12:20 ความจริงมีอวัยวะหลายอย่าง แต่ก็ยังเป็นร่างกายเดียวกัน
เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าเราทุกคนต่างมีอวัยวะมากกว่า 1 อย่าง บางอวัยวะมีมากกว่า 1 ชิ้น เช่น ตา 2 ตา บางอวัยวะมีเพียงชิ้นเดียว เช่น สมอง ฯลฯ คุณครูลองให้เด็กๆ บอกชื่ออวัยวะที่มีเพียง 1 ชิ้น มาคนละ 2 ชื่อ และบอกชื่ออวัยวะที่มีมากกว่า 1 ชิ้น มาคนละ 2 ชื่อ และอวัยวะทั้งหมดของเราก็อยู่ในร่างกายของเราไม่ได้หลุดไปอยู่ที่ไหน ยกเว้นเล็บยาวแล้วก็ต้องตัดทิ้งไป ไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคมาอาศัยอยู่กับร่างกายของเรา
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
ในชีวิตจริงเราต่างเป็นอวัยวะของกันและกัน มีมากกว่าหนึ่งหรือมีเพียงหนึ่งเดียว เราอาจจะทำหน้าที่เหมือนกัน หรือไม่เหมือนกันก็ได้ ไม่ว่าในครอบครัวหรือโรงเรียน หรือในโบสถ์ เราทุกคนต่างเป็นสมาชิกของรวีฯ เหมือนกัน เราต่างเป็นสมาชิกของคริสตจักรเหมือนกัน เราต่างเป็นครอบครัวเดียวกัน ในความที่ไม่เหมือนกัน แต่เราต่างเป็นของซึ่งกันและกัน
กิจกรรมสนุก ให้เด็กๆ จับฉลากคนละ 1 ชิ้น คลี่ออกมาให้คุณครูอ่านให้ฟัง ใครจับฉลากได้ชื่ออวัยวะใด ให้บอกที่ตั้งและหน้าที่ของอวัยวะนั้นๆ คุณครูสรุปบอกว่าการทำงานของอวัยวะต่างๆ นั้นมีประโยชน์อะไรแก่อวัยวะอื่นในร่างกาย เราทุกคนต่างเป็นอวัยวะของกันและกัน
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 3 เดือนสิงหาคม
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- เมื่อไม่เหมือนกันก็ไม่รังเกียจกัน
- มีคนอื่นที่ไม่เหมือนเรา แต่เขาจะมีประโยชน์เหมือนเราด้วย
สื่อที่ต้องเตรียม กระดาษสีโปสเตอร์ ตัดเป็นเส้นขนาด 3×3 นิ้ว จำนวนคนละ 7 แผ่นคละสี
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
1 คร. 12:21 ก.และตาก็ไม่สามารถพูดกับมือว่า “ฉันไม่ต้องการเธอ”
อธิบายคำศัพท์
ตา หมายถึง ลูกตา ที่ใช้มอง ใช้ดู
ไม่สามารถพูด แปลว่า จะมาพูดไม่ได้ มาบอกไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์มาพูด
มือ หมายถึง มือของร่างกาย ที่ทำหน้าที่ไม่เหมือนตา เพราะไม่ได้มอง แต่ทำหน้าที่หยิบ จับ ถือ เขียน ฯลฯ
ฉันไม่ต้องการเธอ แปลว่า ไม่เป็นที่ต้องการ ให้แยกออกไป จากไปเสีย
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
1 คร. 12:21 ก.และตาก็ไม่สามารถพูดกับมือว่า “ฉันไม่ต้องการเธอ”
เหตุเพราะอวัยวะหนึ่งไม่เหมือนอีกอวัยวะหนึ่ง เมื่อทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน แต่ก็ยังจำเป็นที่ร่างกายต้องมีอวัยวะชิ้นนั้น เรามีตา 2 ตา มีมือ 2 มือ อวัยวะสองอย่างนี้จะถือว่ามีจำนวนเท่ากัน จะให้ตาใช้สำหรับ หยิบ จับ ถือ เขียน เหมือนมือไม่ได้ หรือจะให้มือมาใช้มองดูรอบๆ ก็ไม่ได้ เมื่อไม่เหมือนกันจะกำจัด ไม่อยู่ร่วมกันในร่างกายเดียวกันไม่ได้ เรายังต้องใช้มือทำหน้าที่ของมือ จะทำแทนตาก็ไม่ได้
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
การมองเห็นเป็นสิ่งที่วิเศษมาก เราสามารถหลบเวลาเดินเจอของวางเกะกะได้ แต่ตาจะถือดีว่าเป็นของสำคัญกว่ามือ และไม่ต้องการมือไม่ได้ เช่นเดียวกับ การที่เราเรียนเก่ง ตอบคำถามคุณครูได้เสมอ เราไม่สามารถดูถูกเพื่อนๆ คนอื่นๆ ว่า ไม่เก่งเท่าเราและไม่ต้องการเขา ไม่ให้อยู่ชั้นเดียวกัยเราก็ไม่ได้เพราะ เพื่อนเองก็สามารถทำบางสิ่งที่เราทำไม่ได้เหมือนกัน เช่นเดียวกับตาจะบอกว่าไม่ต้องการมือไม่ได้
กิจกรรมสนุก แจกกระดาษโปสเตอร์สีขนาด 3×3 นิ้วให้เด็กๆ คนละ 7 แผ่น คละสี คุณครูพูดชื่อสีให้เด็กๆ ยกกระดาษโปสเตอร์ขึ้นมาตามสีที่คุณครูบอก หากตัวเองไม่มีสีนั้นๆ ก็ไม่ต้องยก คุณครูอธิบายการทำงานของตาที่คอยดูกระดาษโปสเตอร์ มือที่คอยหยิบ ว่าทุกอวัยวะต้องร่วมงานกันแม้จะทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 4 เดือนสิงหาคม
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- ทุกคนมีหน้าที่พิเศษของตัวเองที่พระเจ้าตั้งให้ทำ
- 2. เราไม่สามารถอยู่โดยลำพังไม่พึ่งพากัน
สื่อที่ต้องเตรียม แป้งโดว์สำหรับปั้นคน หรือกระดาษขย้ำปั้นเป็นศีรษะลำตัวแขนและขา
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
1คร. 12:21ข. หรือศีรษะจะพูดกับเท้าว่า “ฉันไม่ต้องการเธอ”
อธิบายคำศัพท์
ศีรษะ คือ ส่วนที่มีอวัยวะสำคัญหลายๆ อย่างทั้งอวัยวะภายนอกและอวัยวะภายใน ร่างกายจะไปไหนมาไหนก็ต้องมีสมองสั่งการ ทุกครั้ง
พูดกับเท้า หมายถึง บอกกับอวัยวะอื่นที่ไม่เหมือนตนเอง
เท้า คือ อวัยวะที่ใช้ เดิน วิ่ง ยืน พาเราไปไหนมาไหนได้
ฉันไม่ต้องการเธอ หมายความว่า ไม่ต้องพึ่งเธอ ไม่มีเธอฉันก็อยู่ได้
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
1คร.12:21ข. หรือศีรษะจะพูดกับเท้าว่า “ฉันไม่ต้องการเธอ”
เมื่อเรามีศีรษะที่ทำหน้าที่หลายอย่าง แต่เราก็ยังมีเท้าที่ทำหน้าแตกต่างจากศีรษะ ถ้าเรามีแต่หัว ไมมีเท้า หรือมีแต่เท้าไม่มีหัว ก็ไม่ใช่ว่าจะดี กลายเป็นคนพิการ ทำอะไรไม่ได้อีกหลายอย่าง เช่นอะไรบ้าง คุณครูถามให้เด็กๆ ตอบ
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
พระคัมภีร์สอนให้เรารู้ว่า เรามีความแตกต่างกัน และเราต่างเป็นของที่มีประโยชน์แก่กันและกัน ถึงแม้จะไม่เหมือนกัน เราเป็นพรแก่คนที่แตกต่างจากเราได้ และที่แตกต่างจากเราก็เป็นพรแก่เราได้ ถ้าทั้งห้องนมัสการมีแต่คนสั่งให้ร้องเพลง แต่ไม่มีคนร้องเพลง การนมัสการพระเจ้าก็ไม่เกิดขึ้น เราต่างเป็นของที่มีประโยชน์แก่พระเจ้าแก่กันและกัน พระเจ้าจะให้คนหนึ่งทำหน้าที่อย่างหนึ่ง อีกคนทำหน้าที่อีกอย่างก็ได้ แต่ทุกคนจะเป็นประโยชน์แก่กันและกัน เหมือนศีรษะจะไม่ต้องการเท้าก็ไม่ได้
กิจกรรมสนุก คุณครูแจกแป้งโดว์หรือกระดาษขย้ำ ปั้นเป็นรูปร่างศีรษะ ลำตัว แขน ขา ให้ใช้ศีรษะเดินต่างเท้า หรือใช้เท้าเดินปกติ อย่างไรดีกว่ากัน เราจะต่างต้องพึ่งพากันทำหน้าที่ที่พระเจ้าให้มาจะเหมาะสมกว่า ไม่คิดว่าจะไม่เอาคนที่ไม่เหมือนเราออกไป เพราะเราต่างเป็นสิ่งที่ดียิ่งนักของพระเจ้าทุกคน
