ชั้น อ. 3 01/04-04/04
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 1 เดือนเมษายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- เราสามารถช่วยซึ่งกันและกันได้
สื่อที่ต้องเตรียม รถไฟเด็กเล่นหลายๆ ตู้ พร้อมรางรถไฟ
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
รม. 12:5 ข. (เราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายเดียวในพระคริสต์) และเป็นอวัยวะแก่กันและกันอย่างนั้น
อธิบายคำศัพท์
แก่กันและกัน หมายความว่า แสดงการกระทําร่วมกัน อย่างเดียวกัน หรือต่อกัน เช่น เป็นประโยชน์แก่กันและกัน จากตัวอย่างบทเรียนอาทิตย์ก่อน เรื่อง รถไฟ แต่ละตู้รถไฟสามารถเป็นประโยชน์แก่กันและกันได้ เช่น ตู้ขนถ่านหิน เป็นตู้ที่ให้พลังงานแก่ขบวนรถไฟให้เดินทางต่อไปได้ ตู้เสบียงทำให้ผู้โดยสารในตู้อื่นๆ สามารถมีอาหารรับประทานไม่ต้องหิวตลอดทาง
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
รม. 12:5 ข. (เราผู้เป็นหลายคนยังเป็นกายเดียวในพระคริสต์) และเป็นอวัยวะแก่กันและกันอย่างนั้น
เราเป็นประโยชน์แก่กันและกันก็ได้ หรือเป็นโทษแก่กันและกันก็ได้ ขึ้นกับเราอยู่ในกายเดียวกันของพระเยซูคริสต์หรือเป็นกายเดียวกันกับมารซาตาน เช่น ถ้ามือของเราสกปรก เรายกมือขึ้นมาขยี้ตา ตาของเราก็ติดเชื้อโรคที่มากับมือเข้ามาในตาได้ ทำให้ตัวเราป่วยตาแดง ต้องไปหาหมอ แต่ถ้าเราล้างมือก่อนทุกครั้งที่มือสกปรก ถึงแม้จะเผอิญเอามือไปขยี้ตาก็ยังไม่เป็นอันตรายเป็นตาแดง
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆ มาเรียนรวีฯ เท่ากับเราจะต่างเป็นกายเดียวกันกับพระเยซูคริสต์ และพระองค์จะให้เราเป็นประโยชน์แก่กัน รักกันและกัน เหมือนที่รักพระเจ้าทรงรักเราทุกคน หัวขบวนของเราคือพระเยซูคริสต์ ทำให้เราทุกคนเป็นกายเดียวกัน เป็นประโยชน์แก่กันและกัน คอยช่วยเหลือกัน ไม่กล้งกัน ไม่หลอกลวงกัน แต่ซื่อสัตย์ เชื่อฟังพระเยซูคริสต์
กิจกรรมสนุก คุณครูประกอบรางรถไฟ ให้เด็กๆ ถือตู้รถไฟคนละตู้ มาต่อกับหัวรถจักร แสดงให้เห็นว่า รถไฟทั้งขบวนประกอบด้วยหลายๆ ตู้ แต่ด้วยหัวจักรเดียวกัน ตู้รถไฟทั้งหมดก็เป็นรถไฟขบวนเดียวกัน แม้จะมีตู้เสบียง ตู้ขนสินค้า ตู้ผู้โดยสาร พระเยซูคริสต์ทำให้เราเป็นหนึ่งเดียว เป็นกายเดียวกัน เป็นอวัยวะที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 2 เดือนเมษายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- ถ้าส่วนใดผิดบาป ต้องรีบกำจัดออกไป
สื่อที่ต้องเตรียม คุณครูเตรียมทำแซนวิชหน้าเปิด( Canapé) ด้วยแครกเกอร์ 1 กล่องหรือขนมปังแผ่นหั่นเล็ก ไข่ต้มฝานเป็นแผ่น กุ้งต้มแบ่งครึ่งตามยาว แฮมหั่นชิ้นเล็ก มะเขือเทศ ผักสลัด มายองเนส ซอสมะเขือเทศ มัสตาด
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
มธ. 5:29 ก. ถ้าตาข้างขวาของท่านทำให้ตัวท่านหลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย
อธิบายคำศัพท์
หลงผิด แปลว่า เข้าใจผิด สำคัญผิด หลงประพฤติออกนอกลู่นอกทาง หลงประพฤติไปในทางที่ผิด
ควักออกทิ้งเสีย หมายความว่า เอาออกไปไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
มธ. 5:29 ก. ถ้าตาข้างขวาของท่านทำให้ตัวท่านหลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย
ในร่างกายของเรามีอวัยวะหลายอย่าง แต่ละอย่างก็ทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน แต่เป็นประโยชน์แก่กัน เช่น ปากกินอาหาร ฟันเคี้ยวบด และทั้งร่างกายเมื่อมีอาหารตกถึงท้องช่วยย่อยอก็จะมีกำลังทำกิจกรรมต่างๆ ได้ แต่ถ้าฟันซี่ไหนผุทำให้ปวด แก้ไขไม่ได้ ก็ต้องถอนทิ้งไป ไม่ให้ตัวเราต้องปวดฟันกินอะไรไม่ได้ เราจะไม่มีแรงเรียนหนังสือ ดังนั้นถ้าเรารักษาความสะอาด ใช้ฟันอย่างถูกต้อง มีการแปรงวันละ 2 ครั้ง ฟันก็แข็งแรงไม่ต้องถอนทิ้ง ทำให้ทั้งตัวของเราได้มีแรง เพราะมีการรับประทานอาหารได้
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
การรักษาทั้งร่างกายก็สำคัญกว่าจะเก็บส่วนที่ทำให้ร่างกายเสียหายตามตัวอย่างข้างต้น เราจึงต้องดูแลทุกอวัยวะในตัวเราให้ทำสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย ไม่ใช้อวัยวะในการทำบาป หรือว่าอวัยวะนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการทำบาป เช่น ตาเราแอบดูคำตอบของเพื่อนเวลาสอบ เราจะอยากไม่ทำผิด ก็ต้องปิดตาไม่ไปแอบดูคำตอบของเพื่อน มิฉะนั้น เราเองจะถูกไล่ออกจากห้องสอบไม่ได้สอบอีกต่อไป
กิจกรรมสนุก นำของที่จะทำแซนวิชหน้าเปิด( Canapé) ทำให้เด็กๆ ดู 1 ชิ้น ว่าใส่อะไรเข้าไปบ้าง (ใส่ทุกอย่าง) บอกเด็กๆ บอกว่า กำลังจะทำให้พวกเขาได้รับประทาน ถ้าอะไรที่เขาไม่ชอบรับประทาน เขาสามารถเลือกที่จะไม่เอาได้ เพื่อเขาจะได้กิน มิฉะนั้น เขาจะอดไม่ได้กิน เหมือนกัน ถ้าเราจะไปสวรรค์ เราไม่อยากลงนรก เราต้องตัดบาปทิ้งไป ไม่ให้มีในตัวเรา เราจึงจะได้ไปสวรรค์ ไม่ต้องลงนรก
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 3 เดือนเมษายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- ตัดใจไม่ทำผิด ดีกว่าเลือกทำตามใจ แล้วต้องถูกลงโทษ
สื่อที่ต้องเตรียม คุณครูเตรียมทำแซนวิชหน้าเปิด( Canapé) ด้วยแครกเกอร์ 1 กล่องหรือขนมปังแผ่นหั่นเล็ก ไข่ต้มฝานเป็นแผ่น กุ้งต้มแบ่งครึ่งตามยาว แฮมหั่นชิ้นเล็ก มะเขือเทศ ผักสลัด มายองเนส ซอสมะเขือเทศ มัสตาด
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
มธ. 5:29 ข. (ถ้าตาข้างขวาของท่านทำให้ตัวท่านหลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย) เพราะว่าถึงจะเสียอวัยวะอย่างหนึ่ง ก็ดีกว่าตัวท่านจะต้องลงนรก
อธิบายคำศัพท์
เสียอวัยวะอย่างหนึ่ง หมายความว่า สูญเสียบางอย่างไป
ดีกว่าตัวท่านจะต้องลงนรก หมายความว่า การต้องตกนรกไป เป็นสิ่งที่แย่กว่าสูญเสียบางอย่างในตอนนี้
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
มธ. 5:29 ข. (ถ้าตาข้างขวาของท่านทำให้ตัวท่านหลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย) เพราะว่าถึงจะเสียอวัยวะอย่างหนึ่ง ก็ดีกว่าตัวท่านจะต้องลงนรก
การขึ้นสวรรค์ดีกว่าการลงนรก เพราะบนสวรรค์ไม่มีความเจ็บปวด แต่ในนรกมีความร้อนของบึงไฟนรก เราจึงทำทุกวิถีทางไม่ให้ตัวเองต้องตกนรก ถ้าทำบาป ทำผิด ก็ต้องทิ้งนิสัยเหล่านั้น ทิ้งความคิดเหล่านั้น เพื่อจะได้เข้าแผ่นดินสวรรค์ เพราะในนรกมีแต่คนไม่ดี คนดีต้องทิ้งความบาปเหล่านั้นเสียจึงจะได้ไปแผ่นดินสวรรค์
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
พระคัมภีร์ไม่ได้ให้เราตัดอวัยวะทิ้งจริงๆ แต่เปรียบเทียบหมายความให้เห็นภาพ ตัดความบาปทิ้ง ตัดนิสัยเสียๆ ทิ้ง เพราะถ้าแปลตรงตามตัวหนังสือ บนสวรรค์คงมีแต่คนพิการเต็มไปหมด เพราะเราทุกคน เคยโกหก เคยตีเพื่อน เคยคุยโอ้อวด เคยขโมยแอบกิน ทำผิดต่างๆ เราจึงควรตัดนิสัยเหล่านั้นทิ้งไป ดีกว่าตัวเราต้องลงไปนรกที่เต็มไปด้วยคนบาป
กิจกรรมสนุก นำของที่จะทำแซนวิชหน้าเปิด( Canapé) ทำให้เด็กๆ ดู 1 ชิ้น ว่าใส่อะไรเข้าไปบ้าง (ใส่ทุกอย่าง) บอกเด็กๆ บอกว่า กำลังจะทำให้พวกเขาได้รับประทาน ถ้าอะไรที่เขาไม่ชอบรับประทาน เขาสามารถเลือกที่จะไม่เอาได้ เพื่อเขาจะได้กิน มิฉะนั้น เขาจะอดไม่ได้กิน เหมือนกัน ถ้าเราจะไปสวรรค์ เราไม่อยากลงนรก เราต้องตัดบาปทิ้งไป ไม่ให้มีในตัวเรา เราจึงจะได้ไปสวรรค์ ไม่ต้องลงนรก
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 4 เดือนเมษายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- ลิ้นของเราสามารถทำเรื่องใหญ่โตได้ แม้จะเป็นอวัยวะเล็กๆ
สื่อที่ต้องเตรียม คุณครูเตรียมเพลง ลึกและกว้าง
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
ยก. 3:5 ลิ้นก็เช่นเดียวกัน เป็นอวัยวะเล็กๆ แต่คุยอวดในเรื่องใหญ่โต คิดดูซิ ไฟเพียงนิดเดียวแต่สามารถทำให้ป่าใหญ่ลุกไหม้ได้
อธิบายคำศัพท์
คุยอวด หมายความว่า พูดโอ้อวดอ้างสิ่งของหรือความสามารถของตนว่าดีเหนือกว่าคนอื่น
ไฟป่าลุกไหม้ได้ หมายความว่า ในบรรดาไฟไหม้ทั้งกลาย ไฟป่าเป็นสิ่งที่รุนแรงขยายตัวเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด การไหม้จะกินพิ้นที่ได้กว้างไกลที่สุด สามารถทำลายทั้งสัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่อาศัยในบริเวณนั้น ต้นป่า อีกทั้งการดับไฟป่าจะยากกว่าการดับไฟชนิดอื่นที่มีพื้นที่เล็กกว่าชัดเจนและเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายกว่า เข้าไปดับไฟป่า
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
ยก. 3:5 ลิ้นก็เช่นเดียวกัน เป็นอวัยวะเล็กๆ แต่คุยอวดในเรื่องใหญ่โต คิดดูซิ ไฟเพียงนิดเดียวแต่สามารถทำให้ป่าใหญ่ลุกไหม้ได้
คำพูดของคนเรามากจากอวัยวะที่ชื่อว่า “ลิ้น” ถ้าเราปล่อยให้ลิ้นพูดผิด พูดโอ้อวด พูดไม่จริง พูดใส่ร้ายคนอื่น เราก็ได้สร้างความเสียหายใหญ่โตแก่คนอื่น เหมือนอย่างไฟป่าที่จะไหม้ได้รวดเร็วกว้างไกลและดับยากกว่าไฟไหม้ชนิดอื่น ลิ้นในร่างกายก็ทำความเสียหายให้ตัวเราทั้งร่างกาย อวัยวะอื่นถูกเหมารวมว่าไม่ดีไปด้วย
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
ถ้าเราไม่ควบคุมลิ้นให้พูดเฉพาะที่สิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง จะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ดังนั้นเราจะใช้ลิ้นในการพูดให้กำลังใจกัน พูดความจริงไม่ตกเป็นทาสของความบาป เวลาเพื่อนชวนให้เราปกปิดโกหกก็เท่ากับเรากำลังให้ลิ้นของเราทำผิด เหมือนทำให้ไฟไหม้ป่าทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งตัวเราเพื่อนของเราที่ชวนทำผิด ก็เท่ากับทำผิดทุกคน
กิจกรรมสนุก คุณครูเตรียมเพลง ลึกและกว้าง ให้เด็กๆ ร้องเป็นปกติ 1 รอบ ต่อมา บอกให้เด็กใช้ลิ้นแตะไว้ที่ฟันล่าง ห้ามขยับให้ลิ้นอยู่ตำแหน่งนั้นตลอดเวลา แล้วร้องเพลง ลึกและกว้าง อีกครั้งหนึ่ง เด็กๆ จะเห็นว่า ไม่สามารถร้องเป็นเพลงได้เหมือนเดิมแล้ว ลิ้นของเราเป็นอวัยวะที่ต้องมีไว้ใช้พูดเป็นคำ ถ้าไม่มีลิ้น หรือลิ้นไม่ทำงานตามหน้าที่ก็จะไม่มีคำพูด ขณะเดียวกัน ถ้าลิ้นพูดส่งเดช พูดไม่เป็นความจริง พูดเอาเปรียบ หรือใส่ร้ายคนอื่น ก็เท่ากับให้ลิ้นทำบาปใหญ่โตลามไปรวดเร็วเหมือนไฟไหม้ป่า ทุกอวัยวะในร่างกายถูกมองว่า ไม่ดี เพราะอยู่ในร่างกายเดียวกัน เราต่างเป็นร่างกายเดียวกัน อย่าทำให้ส่วนนอื่นของร่างกายถูกมองว่าไม่ดีไปด้วย อย่าทำให้ทุกคนในชั้น ในบ้านถูกบอกว่า ไม่ดีไปด้วย เพราะตัวเราทำไม่ดี เราจึงต้องระมัดระวังให้ใกล้ชิดพระเยซูไว้
