ชั้น อ. 3 01/01-04/01
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 1 เดือนมกราคม
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- บอกเรื่องราวของพระเยซูคริสต์แก่คนอื่น
สื่อที่ต้องเตรียม คุณครูเตรียมกระดาษ A4 และสีโปสเตอร์
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
อฟ. 3:6 ข. (นั่นก็คือคนต่างชาติได้เป็นผู้ร่วมรับมรดก เป็นอวัยวะของกายเดียวกัน) และเป็นผู้มีส่วนร่วมในพระสัญญาในพระเยซูคริสต์โดยทางข่าวประเสริฐ
อธิบายคำศัพท์
มีส่วนร่วม หมายความว่า เป็นส่วนหนึ่งในงานนั้นๆ ไม่ใช่ของคนเดียว
พระสัญญา หมายถึง ข้อตกลงที่พระเจ้าทรงมีพระสัญญาไว้กับมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้าง เช่น จะให้มนุษย์อยู่ร่วมกับพระองค์ตลอดไป จะทรงคอยดูแลช่วยเหลือ เสริมกำลัง เป็นที่กำบังลี้ภัย คุ้มครองป้องกัน อวยพร ฯลฯ และพระองค์ทรงซื่อสัตย์จะไม่เปลี่ยนพระสัญญาจนกว่าจะสำเร็จทุกข้อ
ในพระเยซูคริสต์ หมายถึง พระสัญญาหนึ่งในหลายๆ ข้อของพระเจ้า ทรงให้ผู้ที่เชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์จะได้รับการไถ่จากความบาปและได้อยู่กับพระองค์เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว และในขณะที่อยู่บนโลกพระเยซูคริสต์ก็จะอยู่ด้วยเสมอ
โดยทางข่าวประเสริฐ หมายถึง ข่าวดีที่พระเยซูคริสต์มาเพื่อตายไถ่บาปทั้งหลายของมนุษย์ที่เชื่อ เป็นข่าวที่ดีที่สุดที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
อฟ. 3:6 ข. (นั่นก็คือคนต่างชาติได้เป็นผู้ร่วมรับมรดก เป็นอวัยวะของกายเดียวกัน) และเป็นผู้มีส่วนร่วมในพระสัญญาในพระเยซูคริสต์โดยทางข่าวประเสริฐ
คนที่ไม่เชื่อคนที่ไม่ใช่ชาวคริสต์ก็สามารถเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเราที่เป็นอวัยวะของพระคริสต์ เราจะยอมรับคนที่ยังไม่เชื่อว่า เขามีสิทธิ์เข้ามาเชื่อในพระเยซูคริสต์เหมือนเรา เขามีสิทธิ์เข้ามารับพระพรเหมือนอย่างเรา
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
ทางเดียวที่คนยังไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพวกเราผู้เชื่อ คือ พวกเขาต้องได้รับรู้ รับฟังข่าวประเสริฐคือ ข่าวดีที่ว่าพระเยซูคริสต์เข้ามาไถ่บาปพวกเขา พระองค์จะทรงอวยพรเขาให้ได้รับพระสัญญาที่พระเจ้าทรงให้ไว้ทุกข้อ เราจะใจกว้างบอกข่าวดีนี้แก่คนที่ยังไม่เชื่อ อาจจะเป็นเพื่อนของเราที่โรงเรียน หรือญาติพี่น้องของเราที่ยังไม่เคยได้ยินข่าวดีนี้ ว่าพระเจ้าให้พวกเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในรับการอวยพรจากพระเจ้าได้ทางการเชื่อในพระเยซูคริสต่ว่า เข้ามาไถ่บาปทุกคนให้พ้นจากนรกแต่ได้ขึ้นสวรรค์เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว และตอนที่อยู่ในโลกนี้เราก็จะได้รับการช่วยเหลือและการอวยพรจากพระเจ้าด้วย เพียงแต่ทำตามพระบัญญัติของพระองค์
กิจกรรมสนุก แจกกระดาษเอ 4 ให้เด็กคนละ 1 แผ่น พับครึ่ง แล้วทาสีโปสเตอร์ลงไปด้านหนึ่งให้ชิดกึ่งกลาง เป็นรูปไม้กางเขนเพียงครึ่งด้าน แล้วพับกระดาษอีกข้างลงมาให้ติดสีที่ระบายรูปไม้กางเขนเพียงครึ่งเดียว ก็จะได้ภาพไม้กางเขนเต็มสมบูรณ์ การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขนจะสมบูรณ์แก่เพื่อนของเราเมื่อเราบอกข่าวประเสริฐให้เขารู้ความจริง อย่าปล่อยให้เขาไม่รู้จักไม้กางเขนที่มีความหมายที่แท้จริง ทำให้เขาได้รับพระสัญญาจากพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 2 เดือนมกราคม
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- พูดแต่ความจริง ไม่พูดโกหก
- ไม่หลอกทุกคน บางคน หรือแม้แต่ตัวเอง
สื่อที่ต้องเตรียม คุณครูหาเกมส์ “งูตกบันได” มาใช้ในช่วงกิจกรรมสนุก
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
อฟ. 4:25 ดังนั้นจงละทิ้งความเท็จ “ให้พวกท่านแต่ละคนพูดความจริงกับเพื่อนบ้านของตน” เพราะเราต่างเป็นอวัยวะของกันและกัน
อธิบายคำศัพท์
ละทิ้งความเท็จ แปลว่า ปล่อยทิ้ง แยกตัวออกจากความไม่จริง
เพื่อนบ้านของตน หมายถึง คนที่อยู่ใกล้เรา
ต่างเป็นอวัยวะของกันและกัน หมายความว่า แต่ละคนกันมีส่วนสำคัญแก่กันและกัน เช่นเดียวกับอวัยวะที่ทุกอวัยวะล้วนสำคัญทุกชิ้น
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
อฟ. 4:25 ดังนั้นจงละทิ้งความเท็จ “ให้พวกท่านแต่ละคนพูดความจริงกับเพื่อนบ้านของตน” เพราะเราต่างเป็นอวัยวะของกันและกัน
เรามีอวัยวะและทุกอวัยวะในร่างกายของเราสำคัญทุกชิ้น ถ้าเราขาดอวัยวะชิ้นใด เราก็กลายเป็นคนพิการ ดังนั้นเมื่อคนที่อยู่ใกล้เราเป็นอวัยวะของเรา เราเองก็เป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งของเขา เราจึงควรรักษาพูดแต่ความจริง เพื่อเขาจะไม่ถูกหลอก ไม่ถูกแกล้งให้เข้าใจผิด เราเองก็จะได้รับการพูดแต่ความจริงจากเขาเหมือนกัน เพราะเราต่างเป็นอวัยวะของกันและกัน เราก็จะไม่ถูกหลอกเหมือนกัน
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
บางครั้งการพูดโกหกช่วยให้เราเอาตัวรอดจากการลงโทษได้ แต่ก็จะทำให้มีผลเสียตามมาคือ เราจะถูกมารซาตานเอาไปเป็นพวกเดียวกับมัน ทำให้พูดโกหกอีกมากขึ้น ทั้งโกหกทีละคน บางทีโกหกหลายๆ คน และที่แย่ที่สุดคือโกหกตัวเอง หลอกตัวเอง ทำให้คนรอบข้างเสียใจ ทำให้ตัวเราเสียใจ ในเมื่อทุกคนต่างเป็นส่วนสำคัญเป็นถึงอวัยวะของกันและกัน เราจะทำให้เพื่อนของเรากลายเป็นคนพิการไม่ได้ และไม่ให้คนอื่นมาทำให้เรากลายเป็นคนพิการด้วย เพราะเราต่างเป็นอวัยวะของกันและกัน ดังนั้น เราจะทิ้งการโกหกหลอกลวงให้หมด เราจะได้ไม่พิการ ด้วยการพูดแต่ความจริงตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
กิจกรรมสนุก ให้เด็กๆ เล่นเกมส์ “งูตกบันได” ทุกคนต้องพูดความจริงว่าโยนลูกเต๋าได้หมายเลขอะไร เพื่อทำตามคำสั่งในช่องหมายเลขนั้นๆ จะโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงช่องที่ลงโทษนั้นไม่ได้
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 3 เดือนมกราคม
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- รู้จักว่าอะไร บาปหรือไม่บาป
- รู้จักบังคับตนเอง
สื่อที่ต้องเตรียม คุณครูเตรียมคำถามให้เด็กๆ ตอบในช่วงกิจกรรมสนุก
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
รม. 6:13 ก. อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม
อธิบายคำศัพท์
อย่ายกอวัยวะ หมายความว่า ไม่เคลื่อนอวัยวะ จากเดิมที่พระเจ้าทรงสร้างเรามาอย่างดี ไปทำสิ่งที่ไม่ดี
ให้แก่บาป หมายความว่า เอาไปทำความชั่ว ความไม่ดีทั้งหลาย ซึ่งพระเจ้าทรงเกลียดชัง
ให้เป็นเครื่องใช้ หมายความว่า เป็นอุปกรณ์เป็นส่วนในการทำต่างๆ
ในการอธรรม หมายความว่า ทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่พระเจ้าให้ทำ
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
รม. 6:13 ก. อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม
อวัยวะทุกชิ้นตัวในตัวของเรา เราสามารถสั่งให้มันทำได้ตามที่ใจของเราต้องการ ดังนั้นเราต้องสั่งใจของเราอย่ายอมยกให้อวัยวะที่เรามีอยู่ทำการผิดที่พระเจ้าไม่ได้ให้ทำ เช่น ให้ปากของเราพูดสิ่งที่ทำร้ายคนอื่น ให้มือของเราไปตีเพื่อน ให้เท้าของเราไปเตะคนอื่น ให้ใจของเราอิจฉาเพื่อนๆ ให้สมองของเราคิดโกงใครๆ
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
ไม่ว่าตาของเรา ปากของเรา มือของเรา หรืออวัยวะใดๆ ของเรา ก็สามารถทำผิดกับพระเจ้าด้วยการไปทำสิ่งที่พระองค์ไม่ชอบ สิ่งที่พระองค์ห้ามไว้ เช่น พระองค์ให้เรามีพระเจ้าเดียว ไม่ให้มีพระอื่น ให้รักษาวันสะบาโต และบัญญัติอื่นๆ อีก ที่พระเยซูคริสต์ทรงบอกว่า ให้รักพระเจ้าสิ้นสุดจิตสุดใจสุดกำลัความและรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ดังนั้นเราจะไม่ยอมให้อวัยวะใดของเราที่เราเป็นเจ้าของไปทำสิ่งที่พระเจ้าไม่ชอบ เรียกว่า อธรรม ถ้าเราเห็นคนอื่นทำอธรรมด้วย เราก็จะเตือนบอกเขา เช่นเดียวกัน เช่น ถ้าเพื่อนทะเลาะแย่งของกัน เราจะเตือนให้แบ่งกันเล่น ทุกอย่างจะเป็นการรักกัน แล้วอวัยวะทั้งหมดก็จะไม่ทำความผิด
กิจกรรมสนุก คุณครูเตรียมคำถามให้เด็กๆ ตอบว่า แบบไหนคือ ดี (ชอบธรรม) แบไหนคือ ไม่ดี (อธรรม)
- หยิบของที่ไม่ใช่ของเราเอากลับบ้าน (ไม่ดี)
- เลื่อนเก้าอี้เข้าที่เมื่อเรียนเสร็จแล้ว (ดี)
- ดูกางเกงในเพื่อนว่าเป็นสีอะไร (ไม่ดี)
- ไหว้คุณครู (ดี)
- เขี่ยของขวางให้คนอื่นเดินสะดุด (ไม่ดี)
- เด็ดดอกไม้ทิ้ง (ไม่ดี)
- นั่งกักที่ไม่ให้คนอื่นมานั่งด้วย (ดี)
- แกล้งสัตว์เลี้ยง (ไม่ดี)
- ฟังคนทะเลาะกัน (ไม่ดี)
- เล่าเรื่องผีให้คนอื่นฟัง (ไม่ดี)
- ร้องเพลงพระเจ้าในห้องน้ำ (ดี)
- 12. ตีเพื่อน (ไม่ดี)
ฯลฯ
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 3 “ต่างเป็น” อาทิตย์ที่ 4 เดือนมกราคม
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- ยกตัวเองให้พระเจ้าดูแล
- ไม่ทำตามใจตัวเอง แต่ทำตามที่พระเจ้าบอกในพระคัมภีร์
สื่อที่ต้องเตรียม คุณครูให้เด็กๆ เล่นเกมส์ “แม่งูเอ๋ย”
ช่วงที่ 1 พระคัมภีร์บอกว่า (อ่านให้เด็กๆ ฟัง 2 รอบ)
รม. 6:13 ข. (อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม) แต่จงถวายตัวของท่านแด่พระเจ้า เหมือนคนที่เป็นขึ้นมาจากตายแล้ว และจงให้อวัยวะเป็นเครื่องใช้ในการชอบธรรมถวายแด่พระเจ้า
อธิบายคำศัพท์
ถวายตัวของท่านแด่พระเจ้า หมายความว่า ยกทุกส่วนในตัวของเราให้พระเจ้าเป็นเจ้าของ
เหมือนคนที่เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว หมายความว่า มีชีวิตใหม่อีกครั้ง อย่างคนที่จะจมน้ำแล้วมีคนมาช่วยให้ไม่เสียชีวิต เราเองก็เป็นคนที่มีชีวิตใหม่ออกมาจากความตายฝ่ายจิตวิญญาณแล้ว เพราะพระเยซูคริสต์ได้ไถ่บาปให้เราบริสุทธิ์แล้ว
จงให้อวัยวะเป็นเครื่องใช้ หมายความว่า ตั้งใจใช้ตัวเองเป็นอุปกรณ์ในงานพระเจ้า
ในการชอบธรรมแด่พระเจ้า หมายความว่า ทำในสิ่งที่พระเจ้าบอกให้ทำ เพราะพระเจ้าไม่เคยบอกให้ทำสิ่งที่ไม่ดี เพราะพระองค์บริสุทธิ์ พระองค์จะไม่ทำบาป
ช่วงที่ 2 เปรียบเทียบพระคัมภีร์กับตัวเรา
รม. 6:13 ข. (อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม) แต่จงถวายตัวของท่านแด่พระเจ้า เหมือนคนที่เป็นขึ้นมาจากตายแล้ว และจงให้อวัยวะเป็นเครื่องใช้ในการชอบธรรมถวายแด่พระเจ้า
เราเริ่มต้นใหม่กับงานที่พระเจ้าชอบเท่านั้น
ช่วงที่ 3 นำพระคัมภีร์มาใช้ในชีวิตจริง
มีหลายอย่างที่ให้เราตัดสินใจในแต่ละวัน บางอย่างสนุกในขณะนี้ แต่พระเจ้าไม่ชอบ เราก็จะไม่ทำเพราะเรายกตัวเองให้พระเจ้าไปแล้ว เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน ทรงสร้างมนุษย์และรักมนุษย์ เป็นผู้ที่ช่วยไถ่เราจากความบาป แต่มารซาตานจะมาล่อชวนให้เราห่างจากพระเจ้าไปทางความสนุกสนานลืมพระเจ้าไม่สนใจเชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้าที่รักเราอย่างแท้จจริงไม่เปลี่ยนแปลง
กิจกรรมสนุก คุณครูให้เด็กๆ เล่นเกมส์ “แม่งูเอ๋ย” เด็กต้องรักษาตัวให้อยู่ในแถวแม่งู ไม่โดนพ่องูจับตัวไป
