ชั้น อ. 2 01/04-04/04
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 2 “ทางนั้น” อาทิตย์ที่ 1 เดือนเมษายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- ความยินดีมีเหนือความกลัวนั้นเป็นประโยชน์ (มธ.28:8)
- เราสามารถเป็นเครื่องมือส่งข่าวจากพระเยซูให้คนอื่น (มธ.28:10)
ช่วงที่ 1 พระวจนะ ที่อ่าน
ขณะที่พระองค์ทรงดำเนินอยู่ตามชายทะเลกาลิลี ก็ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องชาวประมงสองคน คือซีโมนที่เรียกว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องชายของเขา กำลังทอดแหอยู่ในทะเลสาบ (มธ. 4:18)
ช่วงที่ 2 พระวจนะ ที่เล่า
มธ. 28:1-10 ส่งข่าวดี (มารีย์ชาวมักดาลา)
เล่า มารย์ชาวมักดาลาได้พบข่าวดีว่า พระเยซูได้เป็นขึ้นมาจากความตาย ก็มีความกลัวและความยินดีจะรีบไปบอกพวกสาวก ซึ่งพระเยซูได้มาบอกให้นัดเจอกันที่กาลิลี ซึ่งเป็นสถานที่แห่งแรกที่พระองค์ทรงเรียกสาวกชุดแรก
ช่วงที่ 3 พระวจนะ ที่ชี้ ถูก/ผิด
- ถูก – รีบไปบอกสาวก (มธ.28:8)
- ผิด –
อธิบาย ถ้าพระเยซูบอกให้เราทำอะไร หรือไปบอกใคร เราจะรีบทำเหมือนอย่างนางมารียชาวมักดาลา ไม่ต้องกลัว เพราะพระเยซูบอกว่า อย่ากลัวเลย
ช่วงที่ 4 พระวจนะ ที่ชี้ผลลัพธ์
- พระเยซูรู้ว่านางมารีย์ชาวมักดาลามีความยินดีแตก็มีความกลัว เพราะเป็นเรื่องที่อัศจรรย์มากที่ตายไปแล้วถกฝัง จะเป็นขึ้นมาจากความตาย พระเยซูจึงได้มาบอกว่า อย่ากลัวเลย (มธ.28:10)
ช่วงที่ 5 พระวจนะ ที่ให้จำ
ขณะที่พระองค์ทรงดำเนินอยู่ตามชายทะเลกาลิลี ก็ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องชาวประมงสองคน คือซีโมนที่เรียกว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องชายของเขา กำลังทอดแหอยู่ในทะเลสาบ (มธ. 4:18)
กิจกรรมสนุก คุณครูนำแผนที่อิสราเอลในสมัยนั้นมาชี้ให้เด็กๆ เห็นทะเลกาลิลี อยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มอย่างไร
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 2 “ทางนั้น” อาทิตย์ที่ 2 เดือนเมษายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- บางครั้งเราก็จำพระเยซูไม่ได้ อย่างสาวกสองคนนั้น (ลก.24:31-32)
- สิ่งที่ต้องทำ ต้องทำทันที คือการประกาศข่าวดีของพระเยซู (ลก.24:33)
ช่วงที่ 1 พระวจนะ ที่อ่าน
เพราะว่าเวลานี้เราเห็นสลัวๆ เหมือนดูในกระจก แต่ในเวลานั้นจะเห็นแบบหน้าต่อหน้า เวลานี้ข้าพเจ้ารู้เพียงบางส่วน แต่เวลานั้นข้าพเจ้าจะรู้แจ้งเหมือนพระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้า (1คร.13:12)
ช่วงที่ 2 พระวจนะ ที่เล่า
ลก. 24:13-35 กระจายข่าวดี (ศิษย์สองคนจากเอมมาอูส)
เล่า แม้ว่าสาวกสองคนที่กำลังเดินทางกลับบ้านที่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็ม 11 กิโลเมตร และถึงบ้านเมื่อค่ำ แต่พอเขาจำพระเยซูได้ เขาก็รีบเดินทางกลับกรุงเยรูซาเล็มทันที เพื่อบอกข่าวดีแก่สาวกคนอื่นๆ
ช่วงที่ 3 พระวจนะ ที่ชี้ ถูก/ผิด
- ถูก – มีเหตุการณ์ที่สาวกจำพระเยซูได้ (ลก.24:30)
รีบกลับไปบอกข่าวดีแก่สาวกคนอื่นให้รู้ว่าพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว (ลก.24:33)
- ผิด –
อธิบาย เราเองสามารถทำให้มีเหตุการณ์ที่จดจำพระเยซูได้เช่น การมาโบสถ์ การนมัสการ การเรียนรวีฯ เพื่อว่าเมื่อมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นเราจะยังจำเรื่องราวของพระเยซูได้ และบอกข่าวดีแก่คนอื่นได้ถูกต้อง
ช่วงที่ 4 พระวจนะ ที่ชี้ผลลัพธ์
- รีบกลับไปบอกข่าวพระเยซูเป็นขึ้นจากความตาย เป็นพยานให้สาวกทุกคนมั่นใจในพระเยซูว่าทรงองค์พระผู้เป็นเจ้าที่เขาติดตามอยู่ (ลก.24:33-35)
ช่วงที่ 5 พระวจนะ ที่ให้จำ
เพราะว่าเวลานี้เราเห็นสลัวๆ เหมือนดูในกระจก แต่ในเวลานั้นจะเห็นแบบหน้าต่อหน้า เวลานี้ข้าพเจ้ารู้เพียงบางส่วน แต่เวลานั้นข้าพเจ้าจะรู้แจ้งเหมือนพระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้า (1คร.13:12)
กิจกรรมสนุก คุณครูเตรียมของเล่นเด็กมา 6-7 ชิ้น ให้เด็กๆ ดู แล้วใส่ถุงไม่ให้เด็กเห็น แล้วคุณครูบอกให้เด็กหยิบสิ่งที่บอกขึ้นมาให้ถูกต้อง
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 2 “ทางนั้น” อาทิตย์ที่ 3 เดือนเมษายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- พระเยซูทรงเป็นประตูให้เรา (ยน.10:7)
- เราสามารถพบของดี เมื่อตามพระเยซู (ยน.10:9-11)
ช่วงที่ 1 พระวจนะ ที่อ่าน
พี่น้องทั้งหลาย อย่าบ่นว่ากันและกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกพิพากษา นี่แน่ะ องค์พระผู้พิพากษาทรงยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้ว (ยก. 5:9)
ช่วงที่ 2 พระวจนะ ที่เล่า
ยน. 10:7-18 ตามผู้เลี้ยงของตน (พระเยซูทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี)
เล่า ในการเลี้ยงดูฝูงแกะเปรียบเหมือนการดูแลพวกเราที่เชื่อฟังพระเยซูทรงเป็นตูให้เราเข้าไปพบอาหาร(ข้อ 9)ฝ่ายจิตวิญญาณ คือ สิ่งที่เลี้ยงเราให้เติบโตไม่เป็นเด็กตลอดไป เป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณ คือ เชื่อฟังพระเจ้า คุณพ่อ คุณแม่ คุณครู เราจะมีชีวิตเพราะมีความรอด(ข้อ 10) ไม่ตกนรกเมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว เพราะเชื่อพระเยซู พระเยซูทรงรู้จักเราทุกคน(ข้อ 14, 16) ดังนั้นเราจะเดินตามพระองค์ที่เลี้ยงดูเราไม่หนีจากเราไปเมื่อมีอันตราย(ข้อ 12)
ช่วงที่ 3 พระวจนะ ที่ชี้ ถูก/ผิด
- ถูก – เข้าประตูที่พระเยซูอยู่เราจะพบอาหาร (ยน.10:9)
แล้วเราจะมีชีวิตอย่างครบบริบูรณ์ (ยน.10:10)
- ผิด – เป็นขโมยไม่ใช่ผู้เลี้ยง หนีเมื่อมีอันตราย ทิ้งฝูงแกะ (ยน.10:10, 12)
อธิบาย เด็กๆ ต้องเลือกทางที่มีพระเยซูเป็นประตู ตามพระองค์ไป แล้วจะพบอาหารที่เลี้ยงจิตวิญญาณให้ภายในมีความรัก ความยุติธรรม ความซื่อสัตย์ การเสียสละอย่างพระเยซู เพราะพระองค์จะเสียสละชีวิตรักษาเราไม่ให้ลงนรก แม้พระองค์จะเผชิญอันตรายต้องถูกตรึงที่กางเขน แตพระองค์มีสิทธิจากพระเจ้าพระบิดาให้กลับมามีชีวิต(ข้อ18)
ช่วงที่ 4 พระวจนะ ที่ชี้ผลลัพธ์
- พระเยซูรู้ว่านางมารีย์ชาวมักดาลามีความยินดีแตก็มีความกลัว เพราะเป็นเรื่องที่อัศจรรย์มาก จึงได้มาบอกว่า อย่ากลัวเลย (มธ.28:10)
ช่วงที่ 5 พระวจนะ ที่ให้จำ
เราเป็นประตู ถ้าใครเข้าไปทางเรา คนนั้นจะรอด เขาจะเข้าออกแล้วก็จะพบอาหาร (ยน. 10:9)
กิจกรรมสนุก คุณครูหาภาพลากจุดต่อเส้นภาพผู้เลี้ยงแกะ หรือคอกแกะ
หลักสูตรรวีฯ ชั้นอนุบาล 2 “ทางนั้น” อาทิตย์ที่ 4 เดือนเมษายน
วัตถุประสงค์ให้เด็กๆ รู้ว่า
- มีเพียงชื่อของพระเยซูผู้เดียวที่ช่วยให้เราไม่ต้องตกนรก (กจ.4:12)
- เราจะเชื่อฟังพระเจ้า (กจ.4:19)
ช่วงที่ 1 พระวจนะ ที่อ่าน
ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย เพราะว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้นั้น ไม่โปรดให้มีท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า” (กจ. 4:12)
ช่วงที่ 2 พระวจนะ ที่เล่า
กจ. 4:5-21 กล้าหาญ (เปโตรกับยอห์น)
เล่า เมื่อเปโตรและยอห์นรักษาคนง่อยที่ประตูพระวิหารให้เดินได้ ในพระนามพระเยวูคริสต์ เขาก็ถูกจับ เพราะประกาศข่าวการเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซู (อ่านกจ.บทที่ 3 ประกอบ) ความกล้าหาญของสาวกทั้งสองที่เด็กๆ จะเลียนแบบคือ เชื่อฟังพระเจ้ามากกว่า เชื่อฟังมนุษย์ตามที่พวกปุโรหิตสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงชื่อพระเยซู สาวกรู้ว่า ไม่มีชื่ออื่นที่ให้ความรอดได้นอกจากพระนามพระเยซู เพราะชื่อพระเยซูเท่านั้นที่พระเจ้าให้มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลกนี้
ช่วงที่ 3 พระวจนะ ที่ชี้ ถูก/ผิด
- ถูก – ยืนยันไม่กลัวคำขู่ แต่กล้าหาญพูดเรื่องของพระเยซูที่รู้ (กจ.4:19-20)
- ผิด – ใช้อำนาจในทางที่ผิด (กจ.4:17-18)
อธิบาย เมื่ออยู่เหตุการณ์ถูกต่อว่า ใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง เราต้องรู้ว่า เราจะกล้าหาญอยู่ฝ่ายความจริงเท่านั้น
ช่วงที่ 4 พระวจนะ ที่ชี้ผลลัพธ์
- เกิดการสรรเสริญพระเจ้า (กจ.4:21)
ช่วงที่ 5 พระวจนะ ที่ให้จำ
ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย เพราะว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้นั้น ไม่โปรดให้มีท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า” (กจ. 4:12)
กิจกรรมสนุก คุณครูเตรียมขนมเท่าจำนวนเด็กในห้อง วางไว้หลังคนหนึ่งที่เลือก (เอาคนที่ตัวใหญ่ มีแรงมากที่สุด) เป็นคนเฝ้าขนมเหล่านั้น และให้เด็กที่เหลือพยายามล่อให้คนเฝ้าเผลอและหยิบขนมของตนเองออกมาให้ได้
